เทคนิคบริหารทรัพยากรให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าใน Assassin’s Creed Shadows เริ่มจากการแยกให้ออกว่าทรัพยากรแต่ละประเภทมีหน้าที่อะไร สิ่งใดควรรีบใช้เพื่อเร่งความก้าวหน้า สิ่งใดควรเก็บสำรอง และสิ่งใดไม่ควรสิ้นเปลืองกับอุปกรณ์หรืออาคารที่ยังไม่จำเป็น
Assassin’s Creed Shadows มีทรัพยากรหลายระบบทำงานร่วมกัน ทั้งเงิน Mon, วัสดุก่อสร้าง Hideout, วัตถุดิบอัปเกรดอุปกรณ์, Scouts, Stockpile, Rations, Shinobi Tools, กระสุน และ Gear ที่สามารถขายหรือรื้อได้ หากใช้ทุกอย่างโดยไม่มีแผน ผู้เล่นมักพบปัญหาเงินหมด วัสดุไม่พออัป Forge หรือไม่มี Scouts เหลือขน Stockpile ในช่วงที่ต้องการพัฒนาฐานมากที่สุด
หลักสำคัญคือไม่ควรเก็บทุกอย่างไว้โดยไม่ใช้ แต่ก็ไม่ควรนำทรัพยากรทั้งหมดไปลงทุนกับระบบเดียว การบริหารที่ดีต้องทำให้ตัวละครแข็งแกร่งขึ้นพร้อมกับพัฒนา Hideout และเหลือทุนสำรองสำหรับอาวุธหรืออาคารที่จะปลดล็อกในอนาคต
Ubisoft ระบุว่า Hideout Resources ใช้สำหรับสร้างและอัปเกรดอาคารภายในฐาน ขณะที่ Forge ช่วยอัปอาวุธ รื้อของที่ไม่ใช้ และเพิ่ม Perk ผ่าน Engraving ส่วน Study มีบทบาทเพิ่มจำนวน Scouts และลดขนาดเขตค้นหาเป้าหมาย ระบบเหล่านี้จึงแย่งใช้ทรัพยากรร่วมกันและต้องจัดลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสม
ผู้ที่ต้องการติดตามแนวทางพัฒนาตัวละคร การฟาร์มทรัพยากร และเทคนิคเกมเพิ่มเติม สามารถอ่านเนื้อหาผ่านเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งรวบรวมบทความเกมและความบันเทิงไว้ให้ศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ทรัพยากรสำคัญใน Assassin’s Creed Shadows มีอะไรบ้าง
ก่อนวางแผนใช้ทรัพยากร ผู้เล่นควรแบ่งทรัพยากรออกเป็นกลุ่ม เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างของที่ใช้พัฒนา Hideout กับวัสดุสำหรับอัป Gear
ทรัพยากรหลักประกอบด้วย
- Mon หรือเงินภายในเกม
- วัสดุ Hideout
- ไม้
- แร่
- พืชผล
- วัสดุจากการรื้อ Gear
- อาวุธและชุดเกราะที่ไม่ใช้
- Scouts
- Stockpile
- Rations
- Kunai
- Shuriken
- Smoke Bomb
- ลูกธนูและกระสุน
- Mastery Point
- Knowledge Rank
- Animus Keys หรือ Currency เฉพาะกิจกรรม
- Currency จากกิจกรรม Endgame
แต่ละประเภทมีวิธีหาและจังหวะใช้ต่างกัน เงินสามารถหาใหม่ได้ค่อนข้างต่อเนื่อง แต่ Scouts มีจำนวนจำกัดในแต่ละช่วง วัสดุ Hideout ต้องใช้จำนวนมากกับอาคารระดับสูง ส่วน Legendary Gear บางชิ้นไม่ควรรื้อเพราะอาจมี Perk เฉพาะที่หาใหม่ได้ยาก
ตั้งเป้าหมายก่อนใช้ทรัพยากรทุกครั้ง
ข้อผิดพลาดพื้นฐานคือใช้ทรัพยากรเพราะเกมแสดงว่าสามารถอัปได้ โดยไม่ได้ถามว่าการอัปนั้นช่วยอะไร
ก่อนใช้เงินหรือวัสดุควรถามว่า
- สิ่งนี้ช่วยให้ผ่านภารกิจปัจจุบันหรือไม่
- ใช้งานจริงบ่อยแค่ไหน
- มีของชิ้นใหม่มาแทนเร็วหรือไม่
- เป็นระบบที่มีผลระยะยาวหรือไม่
- ทำให้หาแหล่งทรัพยากรเพิ่มได้หรือไม่
- ต้องเก็บเงินไว้สำหรับ Forge หรือ Gear หลักหรือไม่
- เป็นอาคาร Gameplay หรือของตกแต่ง
- มีทางเลือกที่ราคาถูกกว่าหรือไม่
ทรัพยากรควรถูกใช้กับสิ่งที่สร้างผลตอบแทนต่อเนื่องก่อน เช่น Study เพิ่มประสิทธิภาพ Scouts ขณะที่ Forge ทำให้อุปกรณ์ดีใช้ต่อได้ยาวนาน การใช้วัสดุกับระบบเหล่านี้คุ้มกว่าการตกแต่งฐานทั้งหมดตั้งแต่ช่วงต้น
แบ่งทรัพยากรเป็นสามกอง
วิธีบริหารที่เข้าใจง่ายคือแบ่งทรัพยากรในใจออกเป็นสามกอง
กองสำหรับใช้งานทันที
ใช้กับสิ่งที่ช่วยภารกิจปัจจุบัน เช่น
- อัปอาวุธหลัก
- สร้าง Forge
- เปิด Kakurega
- เติม Rations
- ใส่ Engraving สำคัญ
- อัป Study
กองสำรอง
เก็บไว้สำหรับสิ่งที่อาจปลดล็อกเร็ว ๆ นี้ เช่น
- อาวุธ Legendary ใหม่
- อาคารระดับถัดไป
- Gear ของ Yasuke
- การอัป Loadout สำรอง
- ภารกิจพื้นที่ระดับสูง
กองเพื่อทดลอง
ใช้กับอาวุธหรือ Build ที่ยังไม่แน่ใจ โดยควรกำหนดวงเงินไม่ให้กระทบของหลัก
แนวคิดนี้ช่วยป้องกันการใช้ Mon และวัสดุหมดกับของชั่วคราว ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ทดลองระบบโดยไม่ต้องเก็บทุกอย่างจนไม่ได้ใช้
เทคนิคบริหาร Mon ให้ไม่ขาดมือ
Mon ใช้กับหลายระบบ เช่น การอัป Gear, ซื้ออุปกรณ์ ซื้อทรัพยากร และบริการจากร้านค้าหรือ Forge ผู้เล่นจึงไม่ควรใช้เงินทั้งหมดเพียงเพราะพบอาวุธที่มีระดับสูงกว่าเล็กน้อย
ซื้อ Gear เฉพาะชิ้นที่แก้ปัญหาได้จริง
ควรซื้อเมื่อ
- Perk ตรง Build ชัดเจน
- เป็นประเภทอาวุธที่ใช้อยู่
- ชิ้นปัจจุบันต่ำกว่าระดับมาก
- เป็น Perk ที่ยังไม่มี
- เป็นของเฉพาะร้าน
- ช่วยเตรียมสู้บอสหรือกิจกรรมยาก
ไม่ควรซื้อเมื่อ
- ระดับสูงกว่าเพียงเล็กน้อย
- Perk ไม่เข้ากับ Mastery
- ซื้อเพราะสี Legendary อย่างเดียว
- มี Gear ที่สามารถอัปได้อยู่แล้ว
- เป็นอาวุธประเภทที่ยังไม่ได้ลงทุนสกิล
รักษาเงินสำรองสำหรับอาวุธหลัก
ควรเหลือ Mon เพียงพอสำหรับอัปอาวุธหลักอย่างน้อยหนึ่งครั้งเสมอ เพราะหากระดับตัวละครเพิ่มแล้วอาวุธตามไม่ทัน ประสิทธิภาพในการต่อสู้จะลดลงอย่างชัดเจน
อย่าซื้อวัสดุทุกครั้งที่เห็น
วัสดุจำนวนมากสามารถหาได้จากการรื้อ Gear, หีบ และกิจกรรม ควรซื้อเฉพาะตอนขาดเล็กน้อยเพื่อปิดการอัปสำคัญ ไม่ควรซื้อเพื่อสะสมโดยไม่มีแผน
หา Mon จากกิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนหลายด้าน
แทนที่จะฟาร์มเงินอย่างเดียว ควรเลือกกิจกรรมที่ให้ทั้งเงิน EXP, Gear และวัตถุดิบ เช่น
- Side Quest
- Contract ที่อยู่ใกล้เส้นทาง
- Objective Board
- ปราสาท
- กำจัด Elite
- เปิดหีบในพื้นที่ระดับสูง
- ขาย Gear ที่ไม่ใช้
- ทำกิจกรรม Endgame
- เคลียร์ Corrupted Castles
วิธีนี้คุ้มกว่าการเดินเก็บ Loot ขนาดเล็กแบบไม่มีเป้าหมาย เพราะตัวละครและแผนที่จะคืบหน้าไปพร้อมกัน
ควรขาย Gear แบบใด
Gear ที่เหมาะกับการขาย ได้แก่
- ของทั่วไปที่มีราคาดี
- อาวุธซ้ำที่ไม่ใช้
- Gear ที่ Perk ไม่ตรง Build
- ของระดับต่ำมาก
- อุปกรณ์ที่มีชิ้นดีกว่าอย่างชัดเจน
- Gear ของอาวุธที่ไม่ได้ลงทุน Mastery
- ของที่ไม่จำเป็นต้องใช้เป็นวัสดุ
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรขายทุกชิ้น เพราะการอัป Gear และ Forge ต้องใช้วัสดุจากการรื้อด้วย ควรสลับระหว่างขายกับรื้อให้สมดุล
ควรรื้อ Gear แบบใด
Forge สามารถรื้ออาวุธและชุดเกราะที่ไม่ต้องการให้กลายเป็นวัตถุดิบ เพื่อนำกลับไปพัฒนา Gear ที่ใช้งานจริงได้
ควรรื้อเมื่อ
- วัสดุอัป Gear ต่ำ
- มีเงินสำรองเพียงพอ
- Gear เป็นของซ้ำ
- Perk ไม่มีประโยชน์กับทุก Build
- ระดับต่ำและไม่มีคุณสมบัติเฉพาะ
- ต้องการอัป Legendary Gear
- กำลังเตรียม Loadout สำหรับ Endgame
ควรเก็บเมื่อ
- เป็น Legendary ชิ้นแรก
- เป็น Unique Weapon
- มี Perk ที่หาได้ยาก
- เป็นของจากภารกิจพิเศษ
- อาจใช้กับ Build สำรอง
- เป็น Gear จาก Awaji หรือ Domains
- ยังไม่ได้ทดลองใช้งาน
อย่ารื้อ Legendary Gear โดยดูแค่ระดับ
Legendary Gear บางชิ้นมี Perk ที่เปลี่ยนวิธีเล่น เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ Assassination, เปลี่ยนผลของ Ability หรือเพิ่มโบนัสเฉพาะหลัง Parry แม้ระดับต่ำก็สามารถอัปผ่าน Forge ได้
ก่อนรื้อควรตรวจว่า
- มีชิ้นซ้ำหรือไม่
- Perk ถูกปลดล็อกแล้วหรือยัง
- ใช้กับอีกตัวละครได้หรือไม่
- เข้ากับ Modifier ของ Domains หรือไม่
- สามารถใช้เป็น Build บอสได้หรือไม่
- เป็นของที่หาใหม่ได้ง่ายหรือไม่
Inventory ที่เป็นระเบียบไม่ได้หมายความว่าต้องรื้อ Legendary ทั้งหมด ควรเก็บของเฉพาะทางไว้จำนวนหนึ่งสำหรับสถานการณ์ที่ Build หลักเสียเปรียบ
อัป Gear เฉพาะของที่ใช้งานจริง
ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องทำให้อุปกรณ์ทุกชิ้นมีระดับเท่าตัวละคร ควรเลือกอัปเพียงแกนหลักของแต่ละ Build
ลำดับที่แนะนำคือ
- อาวุธหลักของตัวละครที่ใช้บ่อย
- ชุดเกราะหลัก
- Trinket ที่เป็นหัวใจของ Build
- อาวุธหลักของตัวละครอีกคน
- อาวุธสำรองสำหรับบอส
- Gear สำหรับกิจกรรมเฉพาะ
- อุปกรณ์ทดลอง
หลังการเพิ่ม New Game+ เกมรองรับ Forge ระดับ 4 และการอัป Gear ไปถึงระดับ 80 ผู้เล่นที่ตั้งใจเล่นเนื้อหาช่วงท้ายจึงต้องบริหารวัสดุระยะยาว ไม่ควรใช้ทั้งหมดกับของที่กำลังจะถูกเปลี่ยน
อัป Gear เป็นช่วง ไม่ใช่ทุกระดับ
การอัปทุกครั้งที่ตัวละครเพิ่มหนึ่งระดับทำให้เสียทรัพยากรเกินความจำเป็น
ควรอัปเมื่อ
- อาวุธต่ำกว่าตัวละครหลายระดับ
- ศัตรูทั่วไปใช้เวลาจัดการนานขึ้น
- Assassination เริ่มไม่สำเร็จ
- Guard Damage ต่ำเกินไป
- เตรียมเข้าเขตระดับสูง
- เตรียมสู้บอส
- ก่อนเข้า Awaji
- ก่อนเริ่ม New Game+
- ก่อนเล่น Domains ระดับสูง
หากยังจัดการศัตรูได้ดีและ Gear มี Perkเหมาะสม สามารถเก็บเงินกับวัสดุไว้ก่อน
อย่าอัป Gear เพียงเพราะรูปลักษณ์สวย
หลังสร้าง Forge ผู้เล่นสามารถใช้ Transmog เปลี่ยนรูปลักษณ์ของอุปกรณ์โดยยังคงค่าสถานะและ Perk ของ Gear หลักไว้ได้
ดังนั้น หากพบชุดที่สวยแต่ Perk ไม่ดี ควรปลดรูปลักษณ์แล้วใช้ Transmog แทนการลงทุนอัปชุดนั้น
แนวทางนี้ประหยัดทั้ง
- Mon
- วัสดุอัปเกรด
- พื้นที่ Inventory
- เวลาเปรียบเทียบ Gear
ควรลงทุนกับค่าสถานะและ Perk ก่อน ส่วนความสวยงามจัดการผ่านระบบรูปลักษณ์ภายหลัง
ใส่ Engraving อย่างมีเป้าหมาย
การเปลี่ยน Engraving บ่อยโดยไม่วางแผนอาจเสียเงินและทำให้ Build ไม่มีทิศทาง ควรเลือกโบนัสที่ทำงานร่วมกับพฤติกรรมหลักของตัวละคร
Naoe สาย Stealth
ควรเน้น
- Assassination Damage
- Damage while undetected
- Adrenaline จาก Assassination
- Tool Recovery
- Damage ตอนกลางคืน
- โบนัสหลังใช้ Smoke Bomb
Naoe สาย Tools
ควรเน้น
- Tool Capacity
- Tool Damage
- Affliction Buildup
- Damage ต่อศัตรูติดสถานะ
- Kunai หรือ Shuriken Damage
Yasuke สาย Parry
ควรเน้น
- Counter Damage
- Damage หลัง Perfect Parry
- Adrenaline จาก Parry
- Guard Damage
- Damage Reduction
Yasuke สาย Heavy Attack
ควรเน้น
- Heavy Attack Damage
- Armor Damage
- Stamina Efficiency
- Damage ต่อศัตรูเสียสมดุล
- Area Damage
การใส่ Perk หลายแนวในชุดเดียวทำให้ทรัพยากรที่เสียไปกับ Engraving ไม่สร้างผลตอบแทนสูงสุด
พัฒนา Forge ให้เร็วแต่ไม่ต้องเร่งสูงสุดทันที
Forge เป็นอาคารที่มีผลระยะยาว เพราะใช้
- อัปอาวุธ
- อัปชุดเกราะ
- รื้อ Gear
- ใส่ Engraving
- ปลด Transmog
- รักษา Legendary Gear ให้ตามระดับ
ผู้เล่นช่วงต้นควรสร้าง Forge ให้เร็ว แต่ไม่จำเป็นต้องเร่งอัปสูงสุดหากยังไม่มี Gear ที่ต้องใช้ระดับดังกล่าว
ควรอัป Forge เมื่อ
- Gear หลักติดข้อจำกัด
- ระดับตัวละครสูงขึ้นมาก
- เริ่มใช้ Legendary Gear ระยะยาว
- เตรียมเข้าสู่ Awaji
- เตรียม New Game+
- ต้องการ Gear ระดับสูงสำหรับ Domains
ไม่ควรอัปเพียงเพราะมีวัสดุครบ หาก Study หรืออาคารสนับสนุนที่จำเป็นยังไม่ได้สร้าง
จัดลำดับอาคาร Hideout ให้คุ้มค่า
Hideout Resources ใช้ทั้งสร้างอาคารและตกแต่งฐาน จึงควรแยกระหว่างอาคารที่ส่งผลต่อ Gameplay กับ Cosmetic
ลำดับที่แนะนำสำหรับผู้เล่นทั่วไปคือ
- Forge
- Study
- Kakurega
- Stables
- Dojo
- Gallery
- อาคารสนับสนุนอื่น
- ของตกแต่ง
Forge
เพิ่มประสิทธิภาพ Gear และช่วยรีไซเคิลของที่ไม่ใช้
Study
เพิ่มจำนวน Scouts และทำให้การหา Objective แม่นยำขึ้น
Kakurega
สนับสนุน Fast Travel, Tools, Rations และ Scouts
Stables
ช่วยจัดการทรัพยากรจาก Stockpile
Dojo
พัฒนา Allies ให้ช่วย Combat และ Stealth ได้ดีขึ้น
Gallery
ช่วยบันทึก Loadout เหมาะกับช่วงที่เริ่มมี Build หลายชุด
ของตกแต่งควรทำเมื่ออาคารสำคัญพร้อมแล้ว หรือมีทรัพยากรส่วนเกินจริง ๆ
บริหารไม้ แร่ และพืชผลอย่างไร
วัสดุ Hideout หลักมักถูกใช้พร้อมกันหลายโครงการ หากสร้างอาคารแบบกระจาย ผู้เล่นอาจมีอาคารจำนวนมากแต่ไม่มีอาคารใดถึงระดับที่ให้โบนัสสำคัญ
ควรเลือกเป้าหมายหนึ่งถึงสองอาคารต่อช่วง เช่น
ช่วงต้น
- สร้าง Forge
- สร้าง Study
- เปิด Kakurega
ช่วงกลาง
- อัป Study
- พัฒนา Dojo
- เพิ่มประสิทธิภาพ Stockpile
- เตรียม Gallery
ช่วงท้าย
- อัป Forge ระดับสูง
- พัฒนา Dojo สำหรับ Allies หลัก
- อัปอาคารที่รองรับ New Game+
- เตรียมฐานสำหรับ Loadout หลายชุด
อย่าแบ่งวัสดุให้อาคารทุกประเภทเท่า ๆ กัน เพราะอาจทำให้ Progression ช้ากว่าการเน้นระบบหลักก่อน
Stockpile คือแหล่งทรัพยากรที่ไม่ควรมองข้าม
Stockpile พบได้ตามปราสาท ฐานศัตรู และพื้นที่เก็บเสบียง เมื่อทำเครื่องหมายแล้ว Scouts สามารถนำทรัพยากรกลับ Hideout ตามระบบ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเปิดหีบหลักแล้วออกจากปราสาททันที โดยไม่ค้นหา Stockpile รอบพื้นที่
ก่อนออกจากปราสาทควร
- ใช้ Observe
- ตรวจโกดัง
- ตรวจอาคารด้านข้าง
- มองหากองไม้และแร่
- ทำเครื่องหมายทุก Stockpile
- ตรวจว่ามี Scout เหลือหรือไม่
- เก็บหีบรองและ Gear
- เปิด Fast Travel ใกล้เคียง
ปราสาทหนึ่งแห่งจึงควรให้ทั้ง Legendary Gear, Mastery และวัสดุ Hideout ไม่ใช่เพียงหีบหลักหนึ่งใบ
อย่าใช้ Scouts จนหมดกับการค้นหาเป้าหมาย
Scouts มีหน้าที่หลายอย่าง ทั้งค้นหา Objective, จัดการ Stockpile และแก้ปัญหาบางอย่างในแต่ละภูมิภาค จึงไม่ควรวาง Scouts แบบสุ่มจนหมด
Ubisoft ระบุว่าสามารถเพิ่มจำนวน Scouts ได้จากความคืบหน้าของเกมและการอัป Study ขณะที่ระบบ Kakurega ยังเกี่ยวข้องกับการใช้งาน Scouts ในพื้นที่ต่าง ๆ
แนวทางที่คุ้มคือ
- อ่านเบาะแสก่อนวาง Scout
- วางให้ใกล้ Landmark ที่ระบุ
- ไม่วางครอบคลุมทั้งจังหวัดโดยไม่มีข้อมูล
- เหลืออย่างน้อยหนึ่งหน่วยสำหรับ Stockpile
- เปิด Kakurega ในจังหวัดที่สำรวจ
- อัป Study เมื่อต้องทำ Objective หลายจุด
แบ่งโควตา Scouts ในแต่ละรอบ
สามารถใช้แนวคิดง่าย ๆ ดังนี้
มี Scouts น้อย
- หนึ่งหน่วยสำหรับ Objective สำคัญ
- หนึ่งหน่วยสำหรับ Stockpile
- หลีกเลี่ยงการค้นหาภารกิจรางวัลต่ำ
มี Scouts มากขึ้น
- หนึ่งถึงสองหน่วยค้นหา Objective
- หนึ่งหน่วยรับ Stockpile
- เหลือสำรองหนึ่งหน่วยสำหรับเป้าหมายฉุกเฉิน
การมี Scout เหลือสำรองช่วยให้ไม่ต้องหยุดเส้นทางสำรวจเมื่อพบปราสาทหรือทรัพยากรสำคัญโดยไม่คาดคิด
เปิด Kakurega เฉพาะจุดที่ใช้งานจริงก่อน
การเปิด Kakurega ทุกจุดมีประโยชน์ต่อ Completion แต่ช่วงต้นทรัพยากรยังจำกัด ควรเลือกจุดที่
- อยู่ใกล้เมืองหลัก
- อยู่ใกล้ปราสาท
- อยู่ในจังหวัดที่มีหลายภารกิจ
- อยู่บนเส้นทางระหว่างภูมิภาค
- ใกล้ Objective Board
- ช่วยเติม Tools ก่อนพื้นที่ยาก
- ลดระยะทางย้อนกลับอย่างชัดเจน
Kakurega ที่อยู่ไกลจากเส้นทางปัจจุบันสามารถเปิดภายหลังได้ ไม่จำเป็นต้องลงทุนทุกแห่งทันที
บริหาร Rations อย่างไรให้คุ้ม
Rations เป็นทรัพยากรเอาตัวรอดที่สำคัญ โดยเฉพาะ Yasuke และการต่อสู้กับบอส
ควรใช้เมื่อ
- พลังชีวิตที่เสียใกล้เคียงปริมาณฟื้น
- อยู่ในจังหวะปลอดภัย
- บอสจบคอมโบ
- Ally กำลังดึงความสนใจ
- ถอนตัวออกจากวงศัตรูแล้ว
- กำลังเข้าสู่ช่วงต่อสู้ต่อเนื่อง
ไม่ควรใช้เมื่อ
- เสียพลังเพียงเล็กน้อย
- ศัตรูกำลังโจมตี
- สามารถออกจาก Combat ได้
- อยู่ใกล้จุดเติมของ
- ภารกิจใกล้จบและไม่มีศัตรูเหลือ
การอัป Capacity มีประโยชน์ แต่ไม่ควรแทนที่การเรียนรู้ Dodge และ Parry เพราะการรับความเสียหายต่อเนื่องจะทำให้ Rations หมดไม่ว่าจะเพิ่มจำนวนมากแค่ไหน
ใช้ Tools ของ Naoe แทนการเก็บไว้ตลอดเกม
Kunai, Shuriken และ Smoke Bomb มีไว้ลดความเสี่ยงและเวลาในการทำภารกิจ หากไม่ใช้เลย ผู้เล่นจะเสียข้อได้เปรียบหลักของ Naoe
Kunai
เหมาะกับ
- กำจัดศัตรูอ่อน
- จัดการพลธนู
- ปิดเป้าหมายที่เหลือพลังน้อย
- ลดจำนวนศัตรูก่อนเข้า Combat
Shuriken
เหมาะกับ
- สร้างจังหวะ
- ทำลายวัตถุ
- รบกวนศัตรู
- ช่วย Build Affliction ตาม Perk
Smoke Bomb
เหมาะกับ
- ถอนตัว
- กลับเข้าสู่ Stealth
- ช่วยเมื่อ Assassination พลาด
- ควบคุมศัตรูหลายคน
- เปิดโอกาสลอบสังหาร
Tools สามารถเติมผ่านระบบสนับสนุนและ Kakurega จึงควรใช้เมื่อช่วยประหยัด Rations หรือป้องกันการต่อสู้ยืดเยื้อ
กำหนดงบ Tools ต่อภารกิจ
ก่อนเข้าพื้นที่ให้ประเมินว่าเป็นภารกิจแบบใด
ภารกิจขนาดเล็ก
ใช้ Tools เท่าที่จำเป็น ควรเหลือ Smoke Bomb อย่างน้อยหนึ่งชิ้น
ปราสาท
เตรียม Tools เต็มและใช้ลดจำนวนพลธนูหรือ Elite ก่อนเข้าพื้นที่หลัก
บอส
เน้น Tools ที่สร้างสถานะหรือเปิดช่อง ไม่ควรใช้หมดกับลูกน้องช่วงต้น
ภารกิจสำรวจ
ไม่จำเป็นต้องใช้ Tools กับศัตรูทุกคน สามารถหลบผ่านหรือออกจากพื้นที่ได้
วิธีนี้ช่วยให้ไม่เข้าสู่ช่วงท้ายภารกิจโดยไม่มีอุปกรณ์แก้สถานการณ์
บริหารกระสุนของ Yasuke
Bow และ Teppo มีประโยชน์ต่อศัตรูระยะไกล จุดอ่อน และการเปิด Combat แต่กระสุนไม่ควรถูกใช้กับศัตรูทั่วไปทุกคน
ควรใช้กับ
- พลธนูบนหอคอย
- ศัตรูมี Weak Point
- Elite
- ศัตรูใกล้จุดสัญญาณเตือน
- เป้าหมายที่เข้าถึงยาก
- บอสช่วงเปิดช่อง
ควรประหยัดเมื่อ
- ศัตรูสามารถกำจัดด้วยการโจมตีประชิดง่าย
- อยู่ใกล้จุดเติมกระสุน
- เป้าหมายไม่มีจุดอ่อน
- Damage ระยะไกลของ Build ต่ำ
- ยังมีหลายพื้นที่ต้องผ่านต่อเนื่อง
ควรตรวจ Ammo ทุกครั้งก่อนเข้าปราสาทหรือภารกิจบังคับต่อสู้
ใช้ Allies เพื่อลดการใช้ Rations และ Tools
Allies ไม่ได้มีไว้เพิ่ม Damage เท่านั้น แต่ช่วยประหยัดทรัพยากรผ่านการควบคุมศัตรูและสร้างช่องว่าง
ตัวอย่างเช่น
- Ally ดึงความสนใจช่วยให้ Naoe ไม่ต้องใช้ Smoke Bomb
- Ally ทำให้ Elite ล้ม ช่วยลดการใช้ Ability
- Ally ควบคุมกลุ่ม ลดความเสียหายที่ Yasukeได้รับ
- Ally จัดการพลธนู ช่วยประหยัดกระสุน
- Ally เปิด Guard ทำให้บอสจบเร็วขึ้น
ควรพัฒนา Allies หลักสองถึงสามคนผ่าน Dojo แทนการแบ่งทรัพยากรอัปทุกคนพร้อมกัน
เลือก Ally ตามสิ่งที่ต้องการประหยัด
*หาก Rations หมดบ่อย ให้เลือก Ally ที่ควบคุมศัตรูหรือสร้างพื้นที่ปลอดภัย
หาก Tools หมดบ่อย ให้เลือก Ally ที่ดึงความสนใจแทน Smoke Bomb
หาก Combat ใช้เวลานาน ให้เลือก Ally ที่เพิ่ม Damage หรือทำลาย Guard
หากถูกศัตรูระยะไกลกดดัน ให้เลือก Ally ที่โจมตีจากระยะไกลหรือเข้าถึงเป้าหมายเร็ว
การเลือกผู้ช่วยให้ตรงปัญหาช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้มากกว่าการเลือกจากความชอบเพียงอย่างเดียว
รับ Contract เฉพาะที่คุ้มกับเส้นทาง
Contract ให้เงิน ทรัพยากร และ EXP แต่บางภารกิจอยู่ไกลจนเวลาเดินทางไม่คุ้มรางวัล
ควรรับเมื่อ
- อยู่ในจังหวัดเดียวกับ Main Quest
- ผ่านพื้นที่นั้นอยู่แล้ว
- ใกล้ Viewpoint หรือ Kakurega
- พาไปปราสาทหรือค่ายที่ต้องเคลียร์
- ให้ทรัพยากรที่กำลังขาด
- สามารถทำพร้อม Side Quest ได้
ควรเก็บไว้ภายหลังเมื่อ
- ต้องข้ามหลายจังหวัด
- รางวัลเล็ก
- พื้นที่มีระดับสูงเกินไป
- ไม่มี Fast Travel ใกล้เคียง
- ต้องใช้ Scouts จำนวนมาก
เป้าหมายคือรวมกิจกรรมในเส้นทางเดียว ไม่ใช่วิ่งข้ามแผนที่เพื่อรางวัลทุกชิ้น
ทำหลายกิจกรรมในการเดินทางหนึ่งครั้ง
เส้นทางสำรวจที่คุ้มควรให้ผลตอบแทนหลายประเภท เช่น
- เปิด Viewpoint
- รับ Side Quest
- ทำ Knowledge Activity
- เคลียร์ Contract
- เปิด Kakurega
- เข้าปราสาท
- เก็บ Stockpile
- เปิดหีบ
- Fast Travel กลับ Hideout
การทำเช่นนี้ช่วยประหยัดเวลา ซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญเช่นกัน และลดการใช้ม้า Fast Travel หรือการย้อนเส้นทางโดยไม่จำเป็น
ใช้ Fast Travel อย่างสมดุล
Fast Travel ช่วยประหยัดเวลา แต่การใช้ตลอดอาจทำให้พลาดทรัพยากร Side Quest และ Landmark ระหว่างทาง
ควร Fast Travel เมื่อ
- ต้องย้อนกลับพื้นที่เดิม
- ไป Forge
- ไปเติม Tools
- เดินทางข้ามจังหวัด
- กลับไปเก็บ Objective ที่ตกหล่น
- ภารกิจไม่มีสิ่งน่าสนใจระหว่างทาง
ควรขี่ม้าหรือเดินเมื่อ
- เข้าภูมิภาคใหม่
- ยังไม่เปิดถนน
- ต้องการหา Stockpile
- มี Side Quest ตามเส้นทาง
- สำรวจขอบแผนที่
- กำลังหา Landmark
การเลือกให้เหมาะช่วยเพิ่มผลตอบแทนต่อเวลาเล่น
ใช้ Map Filter เพื่อหาแหล่งทรัพยากร
เมื่อแผนที่มี Icon จำนวนมาก ควรเปิด Filter เฉพาะหมวดที่ต้องการ เช่น
- ปราสาท
- Kakurega
- พ่อค้า
- Contract
- Side Quest
- Viewpoint
- Objective Board
หากขาดวัสดุ Hideout ให้เน้นปราสาทและ Stockpile หากขาดเงินให้ทำภารกิจกับขาย Gear หากขาดอุปกรณ์ให้ตามหาหีบ Legendary หรือเป้าหมายเฉพาะ
ไม่ควรฟาร์มแบบสุ่ม เพราะอาจได้ทรัพยากรที่มีมากอยู่แล้วแต่ยังขาดสิ่งสำคัญต่อไป
พัฒนาทรัพยากรตามช่วงเกม
ช่วงต้นเกม
เป้าหมายคือเปิดระบบ
ควรลงทุนกับ
- Forge
- Study
- Kakurega หลัก
- อาวุธหลักหนึ่งชนิด
- Gear เท่าที่จำเป็น
- Rations และ Tools พื้นฐาน
ควรประหยัด
- ของตกแต่ง
- อาวุธหลายชนิด
- Gear ชั่วคราว
- Kakurega ที่อยู่ไกล
- Engraving ที่ยังไม่เข้ากับ Build
ช่วงกลางเกม
เป้าหมายคือสร้าง Build
ควรลงทุนกับ
- Legendary Gear หลัก
- Engraving
- Study ระดับสูงขึ้น
- Dojo
- Allies หลัก
- อาวุธของทั้ง Naoe และ Yasuke
- Fast Travel ในจังหวัดสำคัญ
ควรเริ่มเก็บสำรองสำหรับ
- Forge ระดับถัดไป
- Gear บอส
- Awaji
- Loadout สำรอง
ช่วงท้ายเกม
เป้าหมายคือความยืดหยุ่น
ควรลงทุนกับ
- Gear หลาย Build
- Forge ระดับสูง
- อาวุธสำรอง
- Gear ป้องกัน
- Engraving เฉพาะทาง
- Allies สำหรับหลายสถานการณ์
- Loadout สำหรับ Domains
- วัสดุสำรองก่อน New Game+
อย่าใช้ Currency Endgame ทั้งหมดทันที ควรตรวจ Gear Set และ Engraving ที่ช่วย Build ได้จริงก่อน
ผู้เล่นที่ต้องการติดตามแนวทางฟาร์ม Gear และบริหารทรัพยากรในช่วงท้าย สามารถศึกษาบทความเพิ่มเติมผ่านเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันเพื่อช่วยจัดลำดับการพัฒนาตัวละครและ Hideout ให้เหมาะกับสไตล์การเล่น
บริหารทรัพยากรก่อนเข้าสู่ New Game+
ก่อนเริ่ม New Game+ ควรตรวจว่า
- อาวุธหลักได้รับการอัปแล้ว
- Forge พร้อมรองรับระดับสูง
- มีเงินสำรอง
- มีวัสดุ Gear สำรอง
- Gear ของ Naoe และ Yasuke ใช้งานได้
- Legendary Gear สำคัญไม่ถูกขาย
- Allies หลักถูกพัฒนา
- มี Loadout มากกว่าหนึ่งแบบ
- Hideout Buildings สำคัญพร้อม
- Inventory ถูกจัดระเบียบ
ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรทั้งหมดก่อนเริ่มรอบใหม่ การนำเงิน วัสดุ และ Gear สำรองไปต่อยอดใน New Game+ มักคุ้มกว่าการอัปของที่ไม่ได้ใช้งานเพียงเพื่อให้ Inventory ดูสมบูรณ์
บริหารทรัพยากรสำหรับ Domains
Domains เป็นกิจกรรม Endgame จากอัปเดตสุดท้ายของเกม โดยเน้นการปรับ Build ตามเงื่อนไขและ Modifier ของแต่ละฉาก อุปกรณ์และ Currency ที่เกี่ยวข้องจึงควรถูกใช้แบบเฉพาะเจาะจง
ก่อนซื้อหรืออัป Gear สำหรับ Domains ควร
- ทดลองระดับง่ายก่อน
- อ่าน Modifier
- ดูว่าตัวละครใดได้เปรียบ
- ตรวจว่าของเดิมแก้ทางได้หรือไม่
- ซื้อ Engraving ก่อน Cosmetic
- เก็บ Currency ไว้สำหรับ Gear Set ที่ต้องการ
- ไม่อัปทุกชิ้นทันที
- เตรียม Build ป้องกันหนึ่งชุด
- เตรียม Build Area Damage
- เตรียมอาวุธ Guard Break
Build เดียวอาจไม่ผ่านทุก Domain การเก็บ Gear เฉพาะทางไว้จึงมีค่ามากกว่าการรื้อทั้งหมดเพื่ออัปชุดหลักเพียงชุดเดียว
สร้างงบประมาณ Endgame
สามารถแบ่งทรัพยากรช่วงท้ายเป็นสัดส่วนโดยประมาณตามเป้าหมาย
- ส่วนหลักสำหรับ Gear ที่ใช้งานจริง
- ส่วนหนึ่งสำหรับ Forge และ Hideout
- ส่วนหนึ่งสำหรับ Build สำรอง
- ส่วนหนึ่งเก็บเป็นทุนฉุกเฉิน
- ส่วนน้อยสำหรับ Cosmetic หรือการทดลอง
ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเลขตายตัว แต่ต้องมั่นใจว่าการทดลองอาวุธใหม่ไม่ทำให้ไม่มีเงินอัปอาวุธหลัก และการตกแต่งฐานไม่ทำให้ Forge ติดอยู่ที่ระดับเดิม
ตารางจัดลำดับทรัพยากร
| ทรัพยากร | ควรใช้กับอะไรเป็นอันดับแรก | สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง |
|---|---|---|
| Mon | อาวุธหลักและ Gear สำคัญ | ซื้อ Gear ทุกชิ้น |
| วัสดุ Hideout | Forge, Study, Kakurega | ตกแต่งฐานทั้งหมดช่วงต้น |
| วัสดุ Gear | Legendary ที่ใช้จริง | อัปอาวุธทุกประเภท |
| Scouts | Objective สำคัญและ Stockpile | วางค้นหาแบบสุ่ม |
| Stockpile | อาคาร Gameplay | อาคาร Cosmetic ก่อนระบบหลัก |
| Rations | บอสและสถานการณ์อันตราย | ใช้เมื่อเสียพลังเล็กน้อย |
| Tools | ลดความเสี่ยงและถอนตัว | เก็บไว้จนไม่เคยใช้ |
| กระสุน | ศัตรูระยะไกลและ Weak Point | ยิงศัตรูทั่วไปทุกคน |
| Gear ซ้ำ | ขายหรือรื้อ | เก็บจน Inventory รก |
| Legendary Gear | Build หลักและสำรอง | รื้อเพราะระดับต่ำทันที |
ตารางเลือกขายหรือรื้อ Gear
| สถานการณ์ | การจัดการที่เหมาะ |
|---|---|
| ขาด Mon | ขาย Gear ทั่วไป |
| ขาดวัสดุ | รื้อ Gear ซ้ำ |
| Legendary ชิ้นแรก | เก็บ |
| Unique Weapon | เก็บ |
| Perk ไม่ตรงทุก Build | รื้อหรือขาย |
| Gear ราคาสูงแต่ไม่ใช้ | ขาย |
| Gear ระดับต่ำแต่ Perk ดี | อัป |
| Gear จาก Domains | เก็บทดลอง |
| Epic Core Stat ดี | เปรียบเทียบก่อน |
| Cosmetic สวยแต่ Perk แย่ | ใช้ Transmog |
ข้อผิดพลาดด้านทรัพยากรที่พบบ่อย
ใช้ Mon จนหมด
ทำให้ไม่มีเงินอัปอาวุธเมื่อระดับเพิ่ม
อัป Gear ทุกชิ้น
ทำให้วัสดุไม่พอสำหรับ Legendary หลัก
ตกแต่ง Hideout เร็วเกินไป
ทำให้อาคาร Gameplay พัฒนาช้า
ใช้ Scouts แบบสุ่ม
เสียหน่วยโดยยังหา Objective ไม่พบ
ไม่มี Scout เหลือรับ Stockpile
พลาดวัสดุจำนวนมากจากปราสาท
ขาย Gear ทั้งหมด
ไม่มีวัตถุดิบจากการรื้อ
รื้อ Gear ทั้งหมด
ไม่มี Mon สำหรับ Forge และร้านค้า
เก็บ Tools โดยไม่ใช้
ต้องเสีย Rations และเวลา Combat มากขึ้น
ใช้ Tools กับศัตรูทุกคน
เข้าสู่ช่วงท้ายภารกิจโดยไม่มีของสำรอง
ซื้อ Gear ตามระดับอย่างเดียว
เสียเงินกับ Perk ที่ไม่ตรง Build
รื้อ Legendary เพราะระดับต่ำ
เสียอุปกรณ์เฉพาะที่สามารถอัปได้
อัป Allies ทุกคนพร้อมกัน
ไม่มีผู้ช่วยคนใดพัฒนาเต็มประสิทธิภาพ
ฟาร์มโดยไม่มีเป้าหมาย
ได้ของที่ไม่ต้องการและเสียเวลาเดินทาง
Checklist ก่อนใช้ทรัพยากรจำนวนมาก
ก่อนยืนยันการอัปหรือซื้อควรตรวจว่า
- ใช้สิ่งนี้จริงหรือไม่
- ตรงกับ Build หรือไม่
- มีชิ้นที่ดีกว่าอยู่แล้วหรือไม่
- สามารถหาใหม่ได้ง่ายหรือไม่
- เป็น Gear เฉพาะหรือไม่
- ต้องเก็บเงินไว้สำหรับ Forge หรือไม่
- อาคารนี้ช่วยหา Resource เพิ่มหรือไม่
- มี Scouts เหลือสำหรับ Stockpile หรือไม่
- ต้องใช้วัสดุในภารกิจใกล้ ๆ หรือไม่
- กำลังเตรียม Awaji หรือ Endgame หรือไม่
- สามารถใช้ Transmog แทนได้หรือไม่
- หลังใช้แล้วยังมีทุนสำรองหรือไม่
หากตอบไม่ได้ว่าการลงทุนช่วยอะไร ควรเก็บทรัพยากรไว้ก่อน
สูตรบริหารทรัพยากรแบบจำง่าย
ใช้สูตร “หา–รวม–เลือก–ลงทุน–สำรอง”
หา
หาเงิน Gear และ Stockpile จากกิจกรรมที่ให้หลายรางวัล
รวม
รวม Side Quest, Contract, Viewpoint และปราสาทในเส้นทางเดียว
เลือก
เลือก Gear, อาคาร และ Allies ที่ใช้งานจริง
ลงทุน
ใช้ทรัพยากรกับระบบที่เพิ่มประสิทธิภาพระยะยาว เช่น Forge และ Study
สำรอง
เหลือเงิน วัสดุ และ Scouts สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
สูตรนี้ช่วยให้ตัวละครและ Hideout พัฒนาไปพร้อมกัน โดยไม่ต้องหยุดฟาร์มหนักเพราะใช้ทรัพยากรหมดก่อนเวลา
ต้องเก็บทรัพยากรมากแค่ไหนจึงเพียงพอ
ไม่มีจำนวนตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับระดับและกิจกรรมที่กำลังทำ แต่สามารถประเมินจากความพร้อมได้
ถือว่าบริหารได้ดีเมื่อ
- สามารถอัปอาวุธหลักได้เมื่อจำเป็น
- มีเงินซื้อ Gear สำคัญ
- Forge และ Study ไม่ติดวัสดุนานเกินไป
- มี Scout เหลือสำหรับ Stockpile
- Tools และ Rations พร้อมก่อนภารกิจ
- Gear ซ้ำถูกจัดการสม่ำเสมอ
- มีวัสดุสำรองสำหรับ Build ใหม่
- ไม่ต้องหยุดเนื้อเรื่องเพื่อฟาร์มของพื้นฐานบ่อย
- สามารถพัฒนา Naoe และ Yasukeได้ทั้งคู่
หากมีทรัพยากรจำนวนมากแต่ Gear หลักยังอ่อน แสดงว่าเก็บมากเกินไป หากตัวละครแข็งแรงแต่ไม่มีวัสดุหรือเงินเหลือเลย แสดงว่าใช้เร็วเกินไป
เทคนิคประหยัดเวลาในการจัด Inventory
ควรกลับ Hideout หรือพ่อค้าเป็นระยะแล้วแบ่ง Gear ทันที
*กลุ่มใช้งาน
- Gear หลัก
- Gear บอส
- Gear Stealth
- Gear Combat
-กลุ่มเก็บทดลอง
- Legendary
- Gear จากภารกิจพิเศษ
- Gear Affliction
- Gear สำหรับ Domains
กลุ่มขาย
- ของมีราคาดี
- ของที่ไม่ต้องการวัสดุ
กลุ่มรื้อ
- ของซ้ำ
- Gear Perk ไม่ดี
- ของระดับต่ำ
อย่ารอจน Inventory เต็มแล้วค่อยตรวจทีละชิ้นจำนวนมาก เพราะจะเสียเวลาและมีโอกาสรื้อของสำคัญผิดชิ้น
ควรลงทุนกับ Naoe หรือ Yasuke ก่อน
ควรเริ่มจากตัวละครที่ใช้บ่อย แต่ต้องไม่ปล่อยอีกคนตามหลังมากเกินไป
แนวทางที่สมดุลคือ
- อัปอาวุธหลักของตัวละครหลักก่อน
- เก็บ Gear ใช้งานได้ให้อีกคนหนึ่งชุด
- ลงทุน Mastery เฉพาะอาวุธหลัก
- ไม่อัปอาวุธทุกประเภท
- สร้าง Naoe Stealth Build
- สร้าง Yasuke Combat Build
- ค่อยเพิ่ม Build สำรองช่วงกลางเกม
วิธีนี้ช่วยให้มีคำตอบทั้งพื้นที่ลอบเร้นและการต่อสู้กับ Elite โดยไม่ต้องแบ่งทรัพยากรให้ทุกสายพร้อมกัน
บทสรุป
เทคนิคบริหารทรัพยากรให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าใน Assassin’s Creed Shadows คือการใช้ทรัพยากรตามเป้าหมาย ไม่ใช่ใช้ทันทีเพียงเพราะมีตัวเลือกให้อัปเกรด
Mon ควรถูกเก็บไว้สำหรับอาวุธ Gear และบริการที่มีผลต่อ Build ผู้เล่นไม่ควรซื้ออุปกรณ์ทุกชิ้นที่ระดับสูงกว่า แต่ควรอ่าน Perk และตรวจว่าตรงกับ Mastery หรือไม่
Gear ที่ไม่ใช้ควรถูกแบ่งระหว่างขายกับรื้อ การขายช่วยเพิ่มเงิน ส่วนการรื้อช่วยสร้างวัสดุสำหรับอัปอุปกรณ์ หากเลือกทำเพียงทางเดียว ผู้เล่นจะขาดทรัพยากรอีกประเภทในที่สุด
Legendary Gear ไม่ควรถูกรื้อเพราะระดับต่ำเพียงอย่างเดียว เนื่องจากสามารถอัปผ่าน Forge และอาจมี Perk เฉพาะที่เหมาะกับ Build หรือกิจกรรม Endgame
Forge ควรเป็นอาคารลำดับต้น เพราะช่วยอัป Gear, Engraving, Dismantle และ Transmog ส่วน Study ช่วยเพิ่ม Scouts และลดพื้นที่ค้นหา ทั้งสองอาคารสร้างผลตอบแทนระยะยาวมากกว่าของตกแต่ง
Hideout Resources ควรถูกลงทุนกับ Forge, Study, Kakurega, Stables และ Dojo ก่อน Cosmetic ผู้เล่นไม่ควรสร้างทุกอาคารพร้อมกัน แต่ควรเลือกเป้าหมายหนึ่งถึงสองอาคารในแต่ละช่วงเกม
Stockpile เป็นแหล่งวัสดุสำคัญ เมื่อเข้าปราสาทควรใช้ Observe ค้นหาและทำเครื่องหมายก่อนออกจากพื้นที่ อย่าใช้ Scouts จนหมดกับการค้นหา Objective เพราะต้องเหลือหน่วยสำหรับขนทรัพยากรกลับ Hideout
Scouts ควรถูกใช้หลังอ่านเบาะแสแล้วเท่านั้น การวางแบบสุ่มทำให้เสียหน่วยโดยไม่พบเป้าหมาย การเปิด Kakurega และอัป Study ช่วยให้ใช้งานระบบนี้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Rations, Tools และกระสุนไม่ควรถูกเก็บไว้จนไม่เคยใช้ แต่ควรใช้เพื่อป้องกันความเสียหาย ลดเวลาต่อสู้ และสร้างทางหนี Smoke Bomb หนึ่งชิ้นที่ใช้ถูกจังหวะอาจช่วยประหยัด Rations หลายชิ้นได้
Allies ช่วยประหยัดทรัพยากรผ่านการควบคุมศัตรู ทำลาย Guard และดึงความสนใจ ควรลงทุนกับผู้ช่วยสองถึงสามคนที่แก้จุดอ่อนของ Build แทนการพัฒนาทุกคนพร้อมกัน
ช่วงต้นเกมควรเน้นเปิด Forge, Study และระบบพื้นฐาน ช่วงกลางควรสร้าง Build ที่ชัดเจน ส่วนช่วงท้ายควรเก็บ Gear หลายประเภทและรักษาทุนสำรองสำหรับ Awaji, New Game+ และ Domains
การฟาร์มที่คุ้มไม่ใช่การทำกิจกรรมเดิมซ้ำ แต่เป็นการรวม Side Quest, Contract, Viewpoint, Castle และ Stockpile ในเส้นทางเดียว เพื่อรับเงิน EXP, Gear และวัสดุพร้อมกัน
ท้ายที่สุด ผู้เล่นควรเหลือทุนสำรองหลังการลงทุนทุกครั้ง หากการอัปหนึ่งครั้งทำให้ Mon, วัสดุ หรือ Scouts เหลือศูนย์ ควรพิจารณาว่าสิ่งนั้นจำเป็นจริงหรือไม่ การมีทรัพยากรสำรองช่วยให้ปรับ Build หรืออัป Gear ใหม่ได้ทันทีเมื่อพบความท้าทายที่ไม่คาดคิด
ผู้ที่ต้องการติดตามบทความ Assassin’s Creed Shadows เทคนิคฟาร์มทรัพยากร และแนวทางพัฒนา Hideout เพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%เพื่ออ่านข้อมูลเกมและเนื้อหาใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง